ความหมายของ “กาแฟ” ในภาษาอัมฮาริก (Amharic) ของประเทศเอธิโอเปีย เรียกกาแฟว่า บุนนา (Bunna) ภาษาอิตาลี ใช้คำว่า กัฟแฟะ (Caffee) โดยยืมมาจากคำว่า คาเวห์ (Kaveh) ของอาณาจักรออตโตมาน และภาษา คาห์วา (Qahwa) ภาษาอาหรับ

กาแฟมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน ในอดีตมีการใช้กาแฟเป็นยารักษาโรคและใช้สำหรับแทนเงินตราในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้ากัน จนก่อให้เกิดวัฒนธรรมกาแฟ สำหรับชาวตะวันตก กาแฟมีอายุถึง 300 ปี และสำหรับชาวตะวันออกกาแฟเป็นเครื่องดื่มทุกระดับทางสังคม แรกเริ่มย้อนหลังไปก่อนพุทธกาล

ในตำนานโฮเมอร์ (Hormer) และอาหรับบอกเล่าเรื่องราวของเครื่องดื่มสีดำรสขมที่มีพลังกระตุ้น ใน พ.ศ. 1553 อวิเซนนา (Avicenna) ใช้กาแฟเป็นยาชนิดหนึ่ง

ตำนานที่น่าเชื่อถือและนิยมใช้อ้างอิงมากที่สุดคือ ในช่วงปี ค.ศ. 600 – 800 แถบแอฟริกาตะวันออกหรือประเทศเอธิโอเปียในปัจจุบัน นาย “คาลดี” (Kaldi) คนเลี้ยงแพะได้สังเกตเห็นแพะที่เขาเลี้ยงไว้เกิดมีอาหารตื่น กระโดดและคึกคักเป็นพิเศษ หลังจากที่พวกมันได้กินผลไม้สีแดงชนิดหนึ่งที่บริเวณราวป่า เมื่อเขาได้ทดลองกินผลไม้ชนิดนี้ก็รู้สึกมีพลังมากขึ้นมาและไม่รู้สึกง่วง คาลดีได้แนะนำให้นักบวชในโบสถ์ในละแวกนั้นได้นำเมล็ดพืชนั้นมาต้มและดื่มเพื่อไม่ให้ง่วงในระหว่างพิธีกรรมยามคํ่าคืน

 

 

อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า พระในศาสนาอิสลามถูกตัดสินโทษโดยศัตรูของพวกเขาด้วยการปล่อยไว้กลางทะเลทราย เขาเพ้อไปว่าเขาได้ยินเสียงสั่งให้กินผลไม้จากต้นกาแฟที่อยู่ไม่ไกลมากนัก เขาพยายามทำให้เมล็ดพืชนั้นนิ่มโดยการแช่นํ้า เมื่อไม่สำเร็จ เขาจึงดื่มนํ้าที่แช่เมล็ดกาแฟนั้น เขาจึงเชื่อว่านี่คือ นิมิตจากพระเจ้าที่ช่วยให้พลังงานและช่วยให้เขารอดชีวิตได้ จากนั้นเขาจึงกลับไปหาประชาชนของเขาและเผยแพร่ความเลื่อมใสศรัทธา และเผยแพร่คุณสมบัติของกาแฟแก่ผู้คนทั่วไป

กาแฟอาราบิก้าในประเทศไทย ในปี 2454 นายเจรินี ชาวอิตาลีที่มารับราชการในประเทศสยามสมัยนั้นจนได้รับพระราชทานตำแหน่งเป็นพระสารศาสตร์พลขันธ์ มีบันทึกเป็นหลักฐานว่าได้มีการนำกาแฟอาราบิก้าเข้ามาปลูกที่จังหวัดนนทบุรีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2393 เป็นเครื่องแรก โดยถูกเรียกว่า “กาแฟจันทบูรณ์” เนื่องจากกาแฟชนิดนี้มีคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาด จังมีการปลูกอย่างแพร่หลาย ต่อมากรมวิชาการเกษตรได้คัดเลือกต้นกาแฟจันทบูรณ์ที่มีลักษณะดีไว้ขยายพันธุ์ให้เกษตรกรปลูกกัน ปัจจุบันเหลือพันธุ์อยู่ไม่มากนัก เพราะมีหลายพันธุ์ตายไปด้วยสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งช่วงนั้นความรู้และประสบการณ์ยังมีน้อย ต้องประสบปัญหาหลายประการโดยเฉพาะโรคราสนิม

หลังจากนั้นปี พ.ศ. 2517 โครงการหลวงพัฒนาชาวเขารวมทั้งกรมวิชาการเกษตรได้นำกาแฟอาราบิก้า พันธุ์แท้และลูกผสมจากแหล่งต่างๆ เข้ามาปลูกศึกษาในสภาพกลางแจ้งลักษณะเกษตรป่าไม้ (ago-forestry) เพื่อหาพันธุ์ต้านทานและทนทานโรคราสนิมปรากฏว่าให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพดี รัฐบาลจึงส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกกาแฟทดแทนฝิ่น ส่วนใหญ่ปลูกบนที่สูงตามดอยทางภาคเหนือ

กาแฟอาราบิก้าปลูกมากทางภาคเหนือโดยเฉพาะที่เชียงใหม่ปลูกมากที่สุด รองลงไปคือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก เชียงราย ปัจจุบันโครงการหลวงมีสถานีวิจัยกาแฟอาราบิก้าคือ ที่สถานีแม่หลอด อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ถือเป็นหน่วยงานที่ศึกษาวิจัยเรื่องกาแฟพันธุ์อาราบิก้าที่สำคัญแห่งหนึ่งในเมืองไทย

 


“Coffee” Amharic(Ethiopian) :Bunna

Itaian(caffÅ): caffe´ from the word ‘Kaveh’, Ottoman empire arabic (قهوة): qahwa

Coffee origin has been going on for a long period, in the ancient day it was used as a good medicine and as currency exchange instead of goods so that cause the coffee cultural. In the western world its background had lasted for 300 years.

Coffee has been for centuries originating in the tropical eastern world. It was considered as a kind of good drink for all classes of society in the early time before Buddha period. In Homer literature and Arab story has written about the black liquid taste bitter as it brought powerful incentive or energy. In 1553 Avicenna used this liquid as a good medicine.

A reliable and popular legend wherein coffee is discovered during 600-800 BCE in the east Africa country or Ethiopia in the present-day by a goat herder named Kaldi who found his goats frolicking and full of peculiar euphoria and energy after eating the red fruit of the coffee shrub.
After trying the red fruit himself, he learned of their powerful effect.  The stimulating effect was then exploited by him and the monk at a local monastery was suggested to drink this beverage to stay awake during extended hours of prayer.  Coffee was born.

Similarly, the other coffee origin myths is that, a priest of Sheik Abou’l Hasan Schadheli was exiled by their enemy as punishment to a midst of desert close to the mountain of Ousab. They heard the unknown sound commanded them to take the fruit of that tree which planted near them. They tried to make the seeds soften by putting it in the water. Unforfutnely,its medthod was unsuccessful then they drunk the water that they put the seeds in. They found the drink to be revitalizing and believe that it was a vision from God that gave them energy and enable to survive. After that they returned to their city and shared their vision and this tale with people. coffee was born since then.

Arabica Coffee in Thailand

Coffee_plantation_in_Costa_RicaIn 1911 Mr. Cherini, an italian coming served the Siamese and was granted a position as Phra Sarasasana Balakhandh. There is evidence that Arabica coffee grown in the provinces of chanthaburi since coming into the year 1850 as the first time by being called a “coffee-Chan thabun” because of this type of good quality coffee meet the market demand and cause widely planting.

Later the department of agriculture has selected only good seeds of Chantaboon coffee beans for the farmers to reproducing. Nowadays there’s a few seeds remain because of many types of its species died with unsuitable environment including less knowledge and experience and faced the problems like the rust as well.

Since then in 1974 the royal project foundation together with the department of agriculture had brought the pure bred and mongrel of the Arabica coffee from many places to cultivate with agro foresty method as study case to find out 
the resistant varieties and to solve the problems of rust. The results were successful with high output and good quality. Since then the government has promoted planting the coffee beans instead of planting the opium. Most of these coffee beans has been planted at the northern part of Thailand.

Arabica coffee has been planted at the northern part of Thailand widely and the most plant in Chiangmai, Mae Hong Son, Tak, and Chiangrai respectively. Now there are two research centers of Arabica coffee beans under the royal project at Mae Lod, Mae tang in Chiangmai and Chiangmai Royal Agricultural Research Center (Khun Wang).