Tips

เทคนิคการชงกาแฟเพื่อสุขภาพ

cupFresh Beans: ใช้กาแฟคั่วบดที่ใหม่สดเสมอpanglan_act3

cupAdequate grind: บดกาแฟให้ได้เกล็ดเหมาะกับอุปกรณ์กาแฟที่ใช้ (หยาบ ปานกลาง ละเอียด ผง) : ใช้ปริมาณให้เพียงพอต่อการชง 1 ถ้วย ปกติกาแฟ 1 ถ้วยใช้กาแฟคั่วบด 8-10 กรัม แต่ถ้าชงกาแฟในน้ำที่กระด้างมาก หรือชงกาแฟที่ใส่นมสดควรเพิ่มกาแฟคั่วบดให้มากขึ้นเล็กน้อย

cupAdequate tamp: การอัดกาแฟให้เหมาะสม คือ การที่เราเอาผงกาแฟที่บดแล้วมาใส่ในตะกร้ากรองกากกาแฟPC090058 แล้วทำการกดอัดลงไปให้กาแฟมีความแน่นพอสมควร ไม่เบาหรือแน่นเกินไป หากกดอัดกาแฟเบาไป จะทำให้การกลั่นกาแฟได้ความเข้มข้นและฟองครีมน้อย หรืออาจจะไม่มีเลย และหากเราอัดแน่นเกินไปจะทำให้การกลั่นกาแฟออกมาช้าเกินกว่าเวลาที่กำหนด คือ ประมาณ 20 วินาที และอาจจะเกิดอาการแรงดันรั่วไหลได้ ดังนั้นควรอัดกาแฟให้ได้ความหนาแน่นกำลังดีคือ อยู่ที่ประมาณ 30 ปอนด์ ซึ่งต้องใช้เครื่องวัดแรงอัด อันจะทำให้ยุ่งยาก ดังนั้นในการอัดโดยทั่วไปให้ทำการทดลองอัดที่ความแน่นระดับต่าง ๆ เพื่อหาจะที่เหมาะสมที่สุดของแต่ละคน แต่ละเครื่อง เนื่องจากเครื่องเอสเพรสโซ่แต่ละยี่ห้อนั้นแม้จะมีแรงดันน้ำเท่ากัน แต่ก็กลั่นชงกาแฟเอสเพรสโซออกมาได้ไม่เหมือนกัน

Fresh Water: ใช้น้ำสะอาด ปราศจากตะกอน สี กลิ่น รส : ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องใช้น้ำที่ผ่านการกรองในระบบ RO (Reverse Osmosis) สำหรับน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิเหมาะสมในการชงกาแฟ คือ อุณหภูมิ 94 องศาเซลเซียส หรือน้ำร้อนหลังจากที่เดือดและปล่อยทิ้งไว้สักครู่ ไม่ควรใช้น้ำร้อนที่เดือดจัดชงกาแฟ เพราะจะทำให้ผงกาแฟไหม้หรือถูกลวกอย่างแรง ซึ่งจะทำให้น้ำกาแฟที่ได้มีรสขม

cupกรณีที่อากาศเย็น ควรลวกถ้วยกาแฟให้ร้อนก่อนเทน้ำกาแฟลงไป

cupดื่มกาแฟที่ชงเสร็จใหม่ๆ โดยหลีกเลี่ยงการใส่น้ำตาลทรายขาว(สารเคมี) และครีมเทียม เพื่อให้ได้ประโยชน์ที่แท้จริงต่อสุขภาพ

cupเมล็ดกาแฟคั่วบดที่หมดอายุ(เกิน 2 เดือนขึ้นไปนับจากวันที่ผลิต) หรือไม่ได้คุณภาพแล้วมาใช้ชงเป็นเครื่องดื่ม(อย่าเสียดายของเสีย)และไม่ควรนำผงกาแฟที่ใช้แล้วมาชงช้ำอีก

How to Store Coffee
วิธีเก็บรักษาเมล็ดกาแฟคั่วบด

bean01Looking to make the best cup of coffee? Start with quality beans, and store them properly to maximize your coffee’s freshness and flavor. Your beans’ greatest enemies are air, moisture, heat, and light.

เริ่มจากการซื้อเมล็ดกาแฟคั่วที่ได้คุณภาพ และเก็บรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อรักษาความสดใหม่และกลิ่นของเมล็ดกาแฟคั่วให้ได้มากที่สุด ศัตรูตัวหลักของเมล็ดกาแฟคือ อากาศ ความชื้น ความร้อนและแสงสว่าง

Keep beans airtight and cool
ควรเก็บเมล็ดกาแฟในที่เย็นและมิดชิดอากาศ

To preserve your beans’ fresh roasted flavor as long as possible, store them in an opaque, air-tight container at room temperature, dark and cool location and avoid clear canisters which will allow light to compromise the taste of your coffee.

Remember that a cabinet near the oven is often too warm, and so is a spot on the kitchen counter that gets strong afternoon sun.

เพื่อรักษาความสดใหม่ของกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วให้นานมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  คือเก็บไว้ในที่ทึบแสงและมิดชิดอากาศที่อุณหภูมิห้อง ที่มืดและเย็น และหลีกเลี่ยงการใส่เมล็ดกาแฟในภาชนะบรรจุอาหารที่แสงสว่างส่องถึง  เพราะจะมีผลต่อรสชาติของกาแฟที่ชงออกมา จำไว้ว่า ตู้เก็บของที่อยู่ใกล้กับเตามักจะเกิดความร้อนได้เสมอ ๆ และอีกตำแหน่งหนึ่งคือ เคาเตอร์ในห้องครัวที่แสงแดดสามารถส่องถึงได้แม้เป็นช่วงเวลาเย็นก็ตาม  สำหรับถุงกาแฟที่เปิดใช้แล้วแต่ยังมีเมล็ดกาแฟคั่วที่ยังไม่หมดอายุ  ควรหาไม้หนีบปิดปากถุงไว้หรือใส่ในภาชนะสูญญากาศเพื่อรักษาคุณภาพเมล็ดกาแฟคั่วสด

Buy the right amount
ซื้อในปริมาณที่เหมาะสมกับการบริโภค
pic3

Coffee begins to lose freshness almost immediately after roasting, so it is far better to purchase it in smaller quantities. Buy freshly roasted coffee frequently, and buy only what you will use in the next one or two weeks. Since exposure to air is your coffee’s worst enemy.

เพื่อคงความสดใหม่ของรสชาติและคุณประโยชน์ของกาแฟไว้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้  จึงควรซื้อกาแฟในปริมาณที่เหมาะสมกับการบริโภคหรือการชง  สำหรับร้านขายกาแฟสด  ควรสั่งซื้อเมล็ดกาแฟคั่วสดใหม่ทุกสัปดาห์หรือ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง  เนื่องจากอากาศที่เข้าไปในถุงบรรจุเมล็ดกาแฟนั้นเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ความสดใหม่ของกาแฟลดลงไป  เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพที่แท้จริง  ไม่ควรใช้เมล็ดกาแฟคั่วที่บรรจุในถุงที่มีการเปิดใช้งานแล้วเกินกว่า  2 เดือนขึ้นไป  เพราะหลังจากระยะเวลาดังกล่าวไปแล้ว  จะถือว่าเป็นเมล็ดกาแฟที่หมดอายุ

footer_tip